เจาะลึกความต่าง: Nitrogen Flush vs. ซองดูดออกซิเจน BestKEPT
ในการถนอมอาหารเชิงพาณิชย์ ผู้ประกอบการมักเลือกใช้การพ่นก๊าซไนโตรเจนเพื่อไล่อากาศ แต่ทำไมขนมหลายชนิดยังคงมีปัญหาเรื่องคุณภาพก่อนวันหมดอายุ? นี่คือเหตุผลเชิงเทคนิคครับ

1. ปริมาณออกซิเจนตกค้าง (Residual Oxygen)
การพ่นก๊าซไนโตรเจนเป็นการถนอมอาหารแบบ Passive คือการไล่อากาศออกแล้วปิดซอง ซึ่งมักมีออกซิเจนหลงเหลืออยู่ (ประมาณ 2-5%) แต่ BestKEPT คือระบบ Active Packaging ที่ออกแบบมาเพื่อดักจับออกซิเจนให้เหลือต่ำกว่า 0.1% อย่างต่อเนื่อง ทำให้ยับยั้งปฏิกิริยาออกซิเดชัน (Oxidation) ต้นเหตุของกลิ่นเหม็นหืนในถั่วหรือขนมทอดได้อย่างเด็ดขาด
2. การป้องกัน “การซึมผ่าน” ของอากาศ
แม้เครื่องจักรจะพ่นก๊าซได้แม่นยำแค่ไหน แต่ออกซิเจนภายนอกยังสามารถซึมผ่านฟิล์มบรรจุภัณฑ์เข้ามาได้ตลอดเวลา การใส่ ซองดูดออกซิเจน จะช่วยทำหน้าที่เป็น “องครักษ์” คอยกำจัดออกซิเจนที่หลงเหลือหรือซึมเข้ามาใหม่ ช่วยให้มั่นใจได้ว่าสินค้าจะคงคุณภาพเดิมตั้งแต่วันแรกจนถึงมือผู้บริโภค
3. มาตรฐานความปลอดภัยและความมั่นใจ
BestKEPT ผลิตภายใต้มาตรฐานระดับสากล GHPs และ HACCP โดยใช้ส่วนประกอบที่เป็น Food Grade 100% สอดคล้องตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 435 พ.ศ. 2565 ผู้ประกอบการจึงมั่นใจได้ว่าสามารถสัมผัสอาหารได้โดยตรงอย่างปลอดภัย ไม่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์แบรนด์
หากคุณต้องการยกระดับสินค้าสู่ตลาดที่ไกลขึ้น หรือต้องการลดปริมาณสารกันบูดในสูตรอาหารเพื่อให้ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพ การเลือกใช้ ซองดูดออกซิเจน BestKEPT คือทางเลือกที่เป็นมืออาชีพและคุ้มค่าที่สุดในระยะยาว เพื่อรักษาคุณภาพอาหารให้สดใหม่และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคของคุณครับ

ยกระดับมาตรฐานสินค้าของคุณ ด้วยโซลูชันการยืดอายุอาหารที่เหนือกว่า
เพราะสินค้าแต่ละชนิดมีเงื่อนไขการเก็บรักษาที่ต่างกัน Alpine Foods พร้อมให้คำปรึกษาเชิงเทคนิคเชิงลึก เพื่อช่วยคุณวิเคราะห์และเลือกใช้เทคโนโลยี BestKEPT, KeepDri หรือ MaxxLive ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อผลิตภัณฑ์และต้นทุนธุรกิจของคุณ
ปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญด้าน Active Packaging ของเรา Click ที่นี่