วิธีการเก็บเมล็ดกาเเฟ สำหรับ Roaster: บอกลา ถุงกาเเฟบวม ด้วย Active Packaging ที่เหนือกว่า One-way valve

วิธีการเก็บเมล็ดกาเเฟ สำหรับ Roaster: บอกลา ถุงกาเเฟบวม ด้วย Active Packaging ที่เหนือกว่า One-way valve

เก็บเมล็ดกาแฟ

สำหรับโรงคั่วกาแฟระดับมืออาชีพ “ความสดใหม่” ที่ทำให้กาแฟมี Flavor Profile อันเป็นเอกลักษณ์ คือหัวใจสำคัญที่ตัดสินคุณภาพของเมล็ดกาแฟ แต่ปัญหาใหญ่ที่โรงคั่วกาแฟ (Roaster) ต้องเผชิญคือถุงกาแฟคั่วบวมจนปริแตกจากการคายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ปริมาณมากหลังคั่ว ซึ่งหากรอ Degas นานเกินไปกลิ่นหอม (Aroma) ก็จะจางหายไป แม้เทคโนโลยีวาล์วคายก๊าซ (One-way valve หรือ Coffee valve) จะถูกนำมาใช้เป็นวิธีเก็บเมล็ดกาแฟ แต่กลับมีข้อจำกัดไม่เพียงพอต่อการรักษาคุณภาพหากต้องการยืดอายุการเก็บให้ได้นาน

ปัจจุบันเทคโนโลยี Active Packaging ได้แก่ CO2 Absorber และ Dual Function (O2 + CO2) Absorber จึงเข้ามาช่วยเปลี่ยนเกมการเก็บเมล็ดกาแฟ โดยช่วยดูดซับก๊าซส่วนเกินและควบคุมสภาพแวดล้อมภายในซอง (Controlled Atmosphere Packaging, CAP) เพื่อยืดอายุให้สมบูรณ์แบบ ช่วยลดระยะเวลาการรอ Degas ทำให้สามารถบรรจุลงซองได้ทันทีโดยที่ถุงไม่บวม ทั้งยังป้องกันการทำปฏิกิริยากับออกซิเจนที่เป็นศัตรูตัวร้ายของกาแฟ ส่งผลให้รสสัมผัส (Flavor) อันเป็นเอกลักษณ์ของ Specialty Coffee หรือ Premium Coffee ยังคงความสดใหม่เหมือนเพิ่งคั่วเสร็จจากหน้าเตาได้ยาวนานยิ่งขึ้น

บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเก็บกาเเฟด้วยนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์แอคทีฟที่จะยกระดับมาตรฐานโรงคั่วของคุณให้เหนือชั้นยิ่งกว่าเดิม

 

ทำไมวิธีเก็บเมล็ดกาแฟแบบเดิม ๆ ถึงไม่พอ? สิ่งที่ Roaster และคนรักกาแฟต้องรู้เพื่อยืดอายุเมล็ดกาแฟ

 

หัวใจสำคัญของการเก็บเมล็ดกาแฟ ให้คงคุณภาพเหมือนวันแรกที่คั่ว คือการควบคุมสภาพแวดล้อมภายในบรรจุภัณฑ์เพื่อรับมือกับศัตรูตัวฉกาจอย่าง ออกซิเจน (O2) และความชื้น ที่เป็นตัวการทำให้กาแฟหืนและเสียรสชาติ

แต่สำหรับ Roaster ปัญหาที่ท้าทายที่สุดคือการจัดการกับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ปริมาณมหาศาลที่ถูกปล่อยออกมาหลังการคั่ว หากบรรจุลงซองทันทีโดยไม่มีระบบจัดการเก็บเมล็ดกาแฟที่ดีจะทำให้ ถุงกาแฟบวม จนเสียหาย หรือหากพักเมล็ด Degas ทิ้งไว้นานเกินไปในถังพักเพื่อให้ก๊าซระบายออก กาแฟก็จะสูญเสียกลิ่นหอม Aroma และสัมผัสกับอากาศนานจนเสื่อมสภาพ เพื่อข้ามขีดจำกัดของการพักเมล็ดแบบเดิม ๆ และรักษาเอกลักษณ์ของกาแฟไว้ให้สมบูรณ์แบบจนถึงมือผู้บริโภคจึงมีการใช้เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหารเข้ามาช่วย โดยบรรจุภัณฑ์เก็บกาแฟที่ตอบโจทย์โรงคั่วต้องมีคุณสมบัติครบ 3 ประการ คือ

  1. จัดการก๊าซ CO2 ส่วนเกินได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดระยะเวลาการพักเมล็ดหลังการคั่ว
  2. จัดการก๊าซ O2 ไม่ว่าจะเป็นก๊าซ O2 ที่ตกค้างหลงเหลือในบรรจุภัณฑ์ (Residual Oxygen) หรือ ออกซิเจนที่แทรกซึมเข้ามาในบรรจุภัณฑ์ระหว่างการเก็บ เพื่อยับยั้งปฏิกิริยา Oxidation ที่ทำให้เกิดกลิ่นหืน ถนอมความหอม (Aroma) และ บอดี้ (Texture/Mouthfeel) ของกาแฟไม่ให้เสื่อมสภาพ
  3. ป้องกันความชื้น เพื่อป้องกันการดูดน้ำของเมล็ดกาแฟ เมล็ดกาแฟที่มีความชื้นสูงจะเมล็ดเหนียวทำให้บดเมล็ดยากขึ้น ผงบดไม่ละเอียดไม่สม่ำเสมอ เกิดกลิ่นอับไม่พึงประสงค์ หรือเกิดเชื้อราได้หากเก็บในที่ชื้นแฉะหรือมีความชื้นสัมพัทธ์สูงมาก

 

ความจริงที่คุณอาจไม่รู้: ทำไม One-way Valve เก็บเมล็ดกาแฟถึงอาจเป็นจุดอ่อนของแบรนด์คุณ?

วิธีเก็บเมล็ดกาแฟ

แม้ One-way Valve จะเป็นตัวเลือกประจำที่โรงคั่วใช้เพื่อระบายก๊าซ CO2 และป้องกันปัญหาถุงบวมระเบิด แต่ในแง่ของ วิธีเก็บเมล็ดกาแฟระดับพรีเมียม วาล์วกาแฟแบบเดิมกลับมีข้อจำกัดที่ส่งผลเสียต่อคุณภาพกาแฟโดยตรง เพราะทุกครั้งที่วาล์วระบายก๊าซออก กลิ่นหอม (Aroma) ที่เป็นเอกลักษณ์ของกาแฟจะหลุดลอยออกไปด้วยเสมอ ที่สำคัญวาล์วไม่สามารถกำจัด “ออกซิเจนตกค้าง” (Residual Oxygen) ที่หลงเหลืออยู่ในถุงตั้งแต่ตอนบรรจุได้ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของกลิ่นหืน หรือกลิ่นหอมเอกลักษณ์ของกาแฟเพี้ยนไป นอกจากนี้ยังมีปัญหาสำคัญด้านเทคนิคและพฤติกรรมผู้บริโภคที่หลายคนไม่รู้หรือมองข้าม:

อัตราการทำงานล้มเหลวสูงของวาล์ว (High Failure Rate)


Coffee Degassing Valve
หรือวาล์วเก็บกาแฟ เป็นวาล์วที่มีโอกาสเกิดความผิดพลาดได้ง่าย ทั้งจากกระบวนการผลิตและการติดตั้ง หากแผ่นไดอะแฟรมด้านในปิดไม่สนิท ตัววาล์วและฝาปิดหลุดออกจากกัน (Decoupling) หรือมีเศษผงกาแฟเข้าไปขัดค้าง วาล์วที่ควรจะระบายก๊าซออกทางเดียวจะกลายเป็น “รูรั่ว” เปิดทางให้ออกซิเจนและความชื้นจากภายนอกไหลย้อนกลับเข้าไปทำลายคุณภาพกาแฟอย่างถาวร รวมถึงการติดตั้งที่ใช้ความร้อนหรือแรงกดไม่คงที่อาจเกิดรอยรั่วซึมรอบวาล์วที่แม้มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าแต่ส่งผลให้อายุการเก็บรักษา (Shelf-life) สั้นลงอย่างรวดเร็ว (Giorgio Olmi, 2015)

พฤติกรรม “บีบดม” ของผู้บริโภค: จุดเริ่มต้นของกาแฟเสื่อมสภาพ

กาแฟเสื่อมคุณภาพ

นี่คือความเข้าใจผิดที่ส่งผลเสียร้ายแรงที่สุดในตลาดกาแฟ เมื่อผู้บริโภคชอบ “บีบถุงเพื่อดมกลิ่น” ผ่านวาล์ว นอกจาก Aroma ที่หายไป แรงบีบที่ใช้จะฝืนทำให้กลไกวาล์วภายในบิดเบี้ยวหรือชำรุด และเมื่อคลายมือออกอากาศจากภายนอกจะถูกดูดกลับเข้าไปในถุงทันที การบีบเพียงไม่กี่ครั้งจึงเป็นการปั้มทั้งออกซิเจนและความชื้นเติมเข้าไปในถุงเร่งปฏิกิริยาเสื่อมคุณภาพทั้งหลาย ทำลายคุณภาพกาแฟทุกครั้งที่มีการบีบดม

 

ทางออกที่ดีกว่า: ยกระดับมาตรฐานด้วย Active Packaging นวัตกรรมการเก็บเมล็ดกาแฟที่เหนือกว่าการระบายก๊าซแบบเดิม

 

เมื่อวิธีเก็บเมล็ดกาแฟแบบเดิมที่ใช้วาล์วกาแฟมีข้อจำกัดที่ควบคุมไม่ได้ เทคโนโลยี Active Packaging จึงก้าวเข้ามาเป็น “ตัวเปลี่ยนเกม” สำหรับโรงคั่วกาแฟยุคใหม่ โดยเปลี่ยนหน้าที่จากการเป็นเพียงช่องระบายอากาศจัดการกับก๊าซส่วนเกิน ให้กลายเป็นระบบควบคุมสภาพแวดล้อมภายในบรรจุภัณฑ์เชิงรุก (Proactive Control) เพื่อปิดจุดอ่อนและยกระดับคุณภาพกาแฟ (Theeranun Janjarasskul & Panuwat Suppakul, 2018, รศ.ดร.ธีรนันท์ เจนจรัสสกุล, 2020):

CO2 Absorber (ตัวดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์): บรรจุได้ทันที ไม่ต้องรอ Degas


CO2
Absorber คือนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์เก็บเมล็ดกาแฟที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหา ถุงกาแฟบวม” ได้อย่างตรงจุด โดยทำหน้าที่ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เมล็ดคายออกมาหลังคั่วทันที ช่วยยกระดับประสิทธิภาพของโรงคั่วในหลายมิติ:

  • Save Time & Fresh-Pack: โรงคั่วไม่ต้องเหนื่อยและเสียเวลา Degas เมล็ดกาแฟคั่ว นาน 24-48 ชั่วโมงอีกต่อไป โรงคั่วสามารถบรรจุเมล็ดกาแฟลงถุงปิดสนิทได้ทันทีหลังจากกาแฟเย็นตัวลง นอกจากลดงานและเวลาในการพักเมล็ดลง ยังช่วยลด Lead Time ส่งสินค้าสดใหม่ถึงมือลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น
  • Aroma Retention: การบรรจุในบรรจุภัณฑ์ปิดสนิททันทีช่วยเก็บ “ล็อก” กลิ่นหอมระเหย (Aroma) และน้ำมันหอมระเหย (Essential Oils) ไว้ในเนื้อเมล็ดได้ดีกว่าการปล่อยให้ก๊าซระบายออกตามธรรมชาติผ่านรูวาล์วเก็บกาแฟกลไกที่เสี่ยงต่อการพังกลับกลายเป็นรูรั่วได้ตลอดเวลา
  • ลดต้นทุนและเพิ่มความสวยงาม: ช่วยลดต้นทุนในการใช้ถุงแบบเจาะวาล์วที่มีราคาแพง และมียอดซื้อขั้นต่ำ (Minimum Order Quantity, MOQ) สูง ที่ทำให้ต้องสต็อกของเยอะ

Dual Function Absorber (O2 + CO2 Absorber): ขั้นแอดวานซ์ของวิธีเก็บเมล็ดกาแฟให้สดนานที่สุด ตัวช่วยที่ครบวงจรในซองเดียว


สำหรับ
Specialty Coffee กาแฟพรีเมี่ยมที่ต้องการดูแลคุณภาพให้ดีเป็นพิเศษ หรือต้องการอายุการเก็บนานเป็นพิเศษ ซองดูด Dual Function คือ “ที่สุด” ของเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์เก็บเมล็ดกาแฟ เพราะผสานการทำงานแบบ 2-in-1 ในซองเดียว เพื่ออำนวยความสะดวกและกำจัดศัตรูร้ายของกาแฟอย่างเบ็ดเสร็จ:

  • ฟังก์ชันกำจัด CO2: ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เมล็ดกาแฟคายออกมาเพื่อป้องกันถุงบวมพองจนปริแตก ไม่ต้องเหนื่อยและเสียเวลา Degas พักเมล็ด
  • ฟังก์ชันกำจัด O2: ทำหน้าที่เหมือน ซองดูดออกซิเจน ดูดซับออกซิเจนให้เหลือต่ำกว่า 0.1% อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น O2 ที่หลงเหลืออยู่ในถุง (Residual Oxygen) จากการบรรจุหรือซึมผ่านบรรจุภัณฑ์เข้ามาระหว่างการเก็บ ดังนั้นจึงสามารถป้องกันปฏิกิริยา Oxidation ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้กาแฟเหม็นหืน เหม็นอับ Flat หรือไม่หอม ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มั่นใจได้ว่า Flavor Profile ไม่ว่าจะเป็น Aroma, Acidity, Sweetness, Body/Mouthfeel หรือ Aftertaste ทุกมิติของกาแฟจะยังคงความสมบูรณ์แบบเสมือนเพิ่งออกมาจากหน้าเตา
  • Airtight Integrity: เมื่อใช้คู่กับบรรจุภัณฑ์ High Gas Barrier เช่น ถุง Laminated Aluminum Foil หรือ ถุงซีลสุญญากาศปิดสนิท คุณจะมั่นใจได้ว่าไม่มีรูรั่วให้อากาศภายนอกเข้าได้แน่นอน ต่อให้ผู้บริโภคจะมีพฤติกรรม “บีบดม” ประสิทธิภาพการป้องกันก็ยังทำงานได้เต็ม 100% ช่วยยืดอายุความสด (Freshness) ได้นานกว่าการใช้วาล์วกาแฟปกติมากกว่า 3 เท่า

การเปลี่ยนมาใช้ Active Packaging จึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนวิธีเก็บกาแฟ แต่คือการปิดทุกความเสี่ยง ยืดอายุการเก็บรักษา (Shelf-life) ให้ยาวนานขึ้น และรักษา “ตัวตน” เอกลักษณ์ของ Specialty Coffee สร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่ใส่ใจในคุณภาพระดับพรีเมียมอย่างแท้จริง

 

FAQ: ตอบข้อสงสัยที่ Roaster มือโปรอยากรู้เกี่ยวกับ Active Packaging (CO2/Dual Absorber)

 

Q: การใส่ซองดูดก๊าซจะทำให้กลิ่นกาแฟหายไปไหม?
A:  การใส่ซองดูดก๊าซไม่ทำให้กลิ่นกาแฟหาย ซองดูดก๊าซ ไม่ว่าจะเป็นซองดูดออกซิเจน ซองดูดคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ ซองกันชื้น จะทำหน้าที่กำจัดก๊าซเป้าหมายเท่านั้น ในทางกลับกัน Gas(es) Absorber ช่วยล็อกกลิ่นได้ดีกว่า! การที่คุณไม่ต้องเจาะรูวาล์วเพื่อเก็บกาแฟ จะช่วยให้ความหอม (Aroma) ทั้งหมดถูกล็อกไว้ภายในถุง โมเม้นต์ที่ลูกค้าเปิดซองออกมาจะได้กลิ่นหอมที่มี Impact และเข้มข้นกว่าถุงที่มีวาล์วซึ่งค่อยๆ ระบายกลิ่นทิ้งตลอดเวลาที่วางขาย

 

Q: ถ้าใส่ CO2 Absorber แล้ว ยังจำเป็นต้องเจาะ One-way Valve บนถุงอีกไหม?
A: ไม่จำเป็นครับ เพราะ ซองดูดก๊าซจะจัดการก๊าซจากภายในโดยตรง คุณสามารถใช้ถุงฟอยล์ ที่ไม่มีวาล์วได้เลย ช่วยลดต้นทุนและป้องกันความชื้นเล็ดลอดเข้าทางรูวาล์วได้ 100%

 

Q: ลูกค้าชอบ “บีบดม” จะสื่อสารอย่างไรดีให้แบรนด์ดูไม่เสียภาพลักษณ์?
A: ใช้ถุงแบบไม่มีวาล์วควบคู่กับซองดูดก๊าซ แล้วระบุบนฉลากหรือดีไซน์ถุงว่า “Freshness Sealed! บรรจุด้วยนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์แอคทีฟ ไม่ต้องพึ่งวาล์วกาแฟ” วิธีนี้จะช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมลูกค้าให้ไม่บีบถุง และยังสร้างภาพลักษณ์ที่ดูพรีเมียม แตกต่าง และมีความเป็นมืออาชีพด้านนวัตกรรมเหนือคู่แข่ง

 

Q: การใช้ Active Packaging ดีกว่าการอัดก๊าซไนโตรเจน (Nitrogen Flushing) หรือไม่?
A: Active Packaging เป็นวิธีการเก็บเมล็ดกาแฟดีกว่าการฟลัช N2 ในการเก็บเมล็ดกาแฟแม้การอัดก๊าซไนโตรเจนจะช่วยไล่ออกซิเจนออกไปได้ในขณะบรรจุ แต่มีข้อจำกัดคือไม่สามารถกำจัดออกซิเจนที่หลงเหลือ (Residual Oxygen)” ที่ติดอยู่ในช่องว่างของเมล็ดกาแฟหรืออากาศที่รั่วซึมเข้าไปภายหลังได้ แต่การใช้ Dual Function Absorber (O2 + CO2 Absorber) จะทำหน้าที่ “Active” คือคอยดักจับและกำจัดออกซิเจนอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาจนเหลือต่ำกว่า 0.1% อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ N2 Flush ยังไม่ช่วยเรื่องปัญหาถุงบวมจากการคายก๊าซ CO2 ในขณะที่ Dual Function Absorber จัดการได้ทั้งสองปัญหาในขั้นตอนเดียว จึงให้ทั้งความสะดวกลดขั้นตอนการพักเมล็ด และรักษาคุณภาพได้ดีกว่า (ธีรนันท์ เจนจรัสสกุล, 2024).

 

Q: ทำไม ผู้บริโภคคอมเม้นท์ว่าติดใจ Flavor กาแฟ จึงซื้อเก็บไว้หลายถุง แต่เจอกาแฟบางถุงหอม บางถุงไม่หอม?“
A: คำถามนี้เป็น Pain Point ที่บางโรงคั่วเจอ เพราะมันกระทบต่อความเชื่อมั่นของลูกค้า ปัญหานี้มักเกิดจากความไม่สม่ำเสมอของระบบวาล์ว” แม้กาแฟจะคั่วมาดีแค่ไหน แต่ถ้า Coffee Valve ในถุงใบนั้นปิดไม่สนิท (Valve Leaking) จากความร้อนในการซีลที่ไม่คงที่ หรือมีเศษผงกาแฟไปอุดกั้นเพียงเล็กน้อย จะทำให้ออกซิเจนรั่วซึมเข้าไปทำลาย Aroma เฉพาะในถุงนั้นๆ จนทำให้กาแฟ ไม่หอม

การเปลี่ยนมาใช้ Active Packaging (CO2/Dual Absorber) เก็บกาแฟจะช่วยกำจัดความเสี่ยงรายถุงนี้ได้ เพราะตัวดูดซับจะทำงานจากภายในบรรจุภัณฑ์ที่ซีลปิดสนิท 100% ทำให้กาแฟทุกถุง ทุก Lot มีมาตรฐานความสดใหม่ที่เสถียรเท่ากันทุกถุง

 

เปลี่ยนการเก็บกาแฟจากแบบ “แค่ระบาย” เป็น “การปกป้อง” อย่างสมบูรณ์แบบ


การเลือกใช้
Active Packaging (CO2/Dual Absorber) คือการเปลี่ยนแนวคิดจากการตั้งรับ (ระบายก๊าซทิ้ง) เป็นการรุกเพื่อปกป้องรสชาติ” หากคุณคือโรงคั่วที่ต้องการสร้างความแตกต่าง และต้องการให้ลูกค้าได้รับกาแฟที่ “สดเหมือนเพิ่งคั่วเสร็จ” แม้เวลาจะผ่านไปหลายเดือน การเลือกใช้ CO2 Absorber และ Dual Function (O2 + CO2) Absorber คือคำตอบที่คุ้มค่าและยั่งยืนที่สุดสำหรับแบรนด์ของคุณ

ทำไมโรงคั่วกาแฟชั้นนำถึงเลือกใช้ Active Packaging ของ Alpine Foods?

ในฐานะผู้ผลิตโดยตรง Alpine Foods เข้าใจดีว่ากาแฟแต่ละโปรไฟล์มีธรรมชาติการคายก๊าซที่ต่างกัน เราจึงไม่ได้ส่งมอบแค่สินค้า แต่เราส่งมอบโซลูชันที่ออกแบบมาเพื่อ Roaster โดยเฉพาะ:

  • Food Grade 100%: มั่นใจด้วยมาตรฐานการผลิตระดับสากล ปลอดภัยต่อการสัมผัสอาหาร
  • Customized Size: มีหลายขนาดให้เลือกใช้งานตามน้ำหนักบรรจุจริง
  • Expert Advice: เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษาและช่วยคำนวณปริมาณการใช้ที่เหมาะสมกับชนิดกาแฟของคุณ

หากคุณเป็น Roaster ที่ต้องการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับแบรนด์ การเปลี่ยนจาก Coffee Valve มาใช้ Active Packaging (CO2/Dual Absorber) คือการลงทุนในรสชาติที่ไม่สูญเปล่า ไม่เพียงแต่ลดขั้นตอนการทำงานและประหยัดเวลาพักเมล็ดกาแฟ แก้ปัญหาการเก็บกาแฟ ถุงกาเเฟบวม ได้อย่างถาวร แต่ยังเป็นการส่งมอบ “ประสบการณ์การดื่มกาแฟที่แท้จริง” ให้กับลูกค้าของคุณ

เริ่มต้นยกระดับคุณภาพกาแฟของคุณวันนี้!

อย่าปล่อยให้ “ก๊าซ” และ “ออกซิเจน” ทำลายความตั้งใจในการคั่วกาแฟของคุณ ติดต่อเรา หากคุณ

  • สนใจรับคำปรึกษา: เกี่ยวกับการเลือกขนาด Absorber ที่เหมาะสมกับระดับการคั่วและขนาดถุงของคุณ
  • ขอรับชุดตัวอย่าง: เพื่อทดสอบประสิทธิภาพการเก็บรักษาความสดกับกาแฟของคุณ

Reference:

  •   Theeranun Janjarasskul & Panuwat Suppakul (2018). Active and intelligent packaging: The indication of quality and safety, Critical Reviews in Food Science and Nutrition, 58:5, 808-831, https://doi.org/10.1080/10408398.2016.1225278
  •   รศ.ดร.ธีรนันท์ เจนจรัสสกุล (2020). “Packaging for Extending Shelf Life”. Special Food Talks 2020 on Food Processing: Preservation Technology Series เทคโนโลยีการแปรรูปและถนอมอาหารเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ยุควิกฤติเศรษฐกิจและโควิด-19. ทาง Food Innopolis เมืองนวัตกรรมอาหาร-FI Channel. https://www.youtube.com/watch?v=_tBygz67kDk
  •   ธีรนันท์ เจนจรัสสกุล (2024). สมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารแห่งประเทศไทย (FoSTAT). หลักสูตร Active & Intelligent Packaging for Shelf Life Extension.