Janjaras Group

October 3, 2025

สารกันชื้นอันตรายไหม? วิธีใช้สารกันชื้นอย่างไรให้ปลอดภัย

สารกันชื้นอันตรายไหม? วิธีใช้สารกันชื้นอย่างไรให้ปลอดภัย

สารกันชื้นคือสารที่รักษาคุณภาพอาหาร โดยมีกระบวนการดูดความชื้นออกจากอากาศที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมต่าง ๆ ซึ่งสารกันชื้นมีความสำคัญต่อสินค้าและส่งผลกระทบต่อคุณภาพและอายุของผลิตภัณฑ์ เพราะความชื้นเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้สินค้าเสื่อมคุณภาพ เกิดเชื้อรา หรือหมดอายุเร็วขึ้นได้ ซึ่งบทความนี้จะมาตอบข้อสงสัยพร้อมข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกใช้สารกันชื้นที่ปลอดภัย  แนะนำการใช้งานและข้อควรปฏิบัติที่ถูกต้อง พร้อมทั้งช่วยไขความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเจ้า ซองกันชื้น เหล่านี้

สารบัญบทความ

ซองสารกันชื้นสำหรับบรรจุภัณฑ์อาหารคืออะไร?


ซองกันชื้น คือ

ซองกันชื้นใส่อาหาร บรรจุสารดูดความชื้น (Desiccant) มีหน้าที่หลักในการดูดซับความชื้นในบรรจุภัณฑ์อาหาร เพื่อรักษาคุณภาพและยืดอายุการเก็บรักษาอาหารแห้งและอาหารแปรรูปที่ไวต่อความชื้น เช่น ขนมขบเคี้ยว, อาหารสัตว์เลี้ยง, ผลไม้อบแห้ง, หรือเครื่องเทศ

หลักการทำงานของสารกันชื้นคือการลดปริมาณไอน้ำในอากาศภายในบรรจุภัณฑ์ ซึ่งช่วยป้องกันปัญหาที่เกิดจากความชื้นได้หลายอย่าง:

  • ป้องกันการจับตัวเป็นก้อนหรือการเสียเนื้อสัมผัส: ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ต้องการความกรอบยังคงความกรอบได้นาน
  • ยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์: เช่น เชื้อราและแบคทีเรียที่ต้องการความชื้นในการเติบโต
  • ชะลอการเหม็นหืน: โดยเฉพาะในอาหารที่มีไขมันสูง (ในช่วง water activity 0.3-0.7)

สารกันชื้นสำหรับบรรจุภัณฑ์อาหารมีกี่แบบ?


สาร
กันชื้นสำหรับบรรจุภัณฑ์อาหารมีหลายแบบ โดยแต่ละแบบมีคุณสมบัติและการใช้งานที่แตกต่างกันไป แต่สิ่งที่สำคัญคือสารกันชื้นที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารจะต้องเป็น เกรดที่ปลอดภัยสำหรับสัมผัสอาหาร (Food Grade) เท่านั้น

ซิลิกาเจล (Silica Gel)


ซิลิก้าเจล คือ
สารกันชื้นที่ทำมาจากทรายขาว (Silica Sand) ซึ่งมี ซิลิคอนไดออกไซด์ (Silicon Dioxide, SiO₂) เป็นส่วนประกอบหลัก ซิลิกาเจลมีลักษณะเป็นเม็ดกลมใส สามารถดูดซับความชื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านกระบวนการ ดูดซับทางกายภาพ (Physical Adsorption) โดยโมเลกุลของน้ำจะถูกกักเก็บไว้ในรูพรุนของโครงสร้างซิลิกาที่มีพื้นที่ผิวสัมผัสสูง

ซิลิกาเจลเม็ดดูดความชื้นได้เร็ว โดยเฉพาะในช่วงแรก และมีประสิทธิภาพสูงในระดับความชื้นสัมพัทธ์ที่หลากหลาย ที่สำคัญคือไม่ทำปฏิกิริยาทางเคมีกับผลิตภัณฑ์ภายในบรรจุภัณฑ์ ด้วยราคาที่เข้าถึงได้และคุณสมบัติที่ปลอดภัย ซิลิกาเจลจึงได้รับการรับรองและเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางในผลิตภัณฑ์ที่ต้องการความปลอดภัยสูง เช่น อาหาร ยา และวิตามิน นอกจากนี้เม็ดกันชื้นนี้ยังถูกนำไปเป็นตัวดูดความชื้นใช้กับ อิเล็กทรอนิกส์ และ สินค้าอื่น ๆ เช่น เสื้อผ้าและเครื่องหนัง เพื่อช่วยรักษาคุณภาพและยืดอายุการใช้งาน

ดินเหนียว (Clay)


ดินเหนียวที่ใช้เป็น
ซองกันความชื้นทำมาจากดินเหนียวธรรมชาติ เช่น ดินเบนโทไนต์ (Bentonite Clay) ดินมอนต์มอริลโลไนต์ (Montmorillonite Clay) หรือ แอทต้าพูไกท์ (Attapulgite Clay) ซึ่งผ่านกระบวนการ กระตุ้น (Activation) ด้วยความร้อนหรือสารเคมี เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างให้มีพื้นที่ผิวเพิ่มขึ้น ทำให้สามารถดูดซับความชื้นได้

การดูดซับของดินเหนียวเป็นแบบทางกายภาพ โดยโมเลกุลของน้ำจะถูกกักเก็บไว้ในรูพรุนเล็ก ๆ บนโครงสร้างที่เป็นแผ่นชั้น (layered structure) ของอนุภาคดิน แม้ว่าอัตราการดูดซับจะค่อนข้างช้า แต่สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม การใช้ดินเหนียวมีข้อควรระวังคือเมื่อแห้งอาจเกิดฝุ่นผงที่ปนเปื้อนผลิตภัณฑ์ได้ และเมื่อดูดซับน้ำจะพองตัวและกลายเป็นเจล ซึ่งทำให้เม็ดดินเสียรูปทรงได้ง่าย ดินเคลย์จึงเหมาะสำหรับบรรจุภัณฑ์ทั่วไปและสินค้าที่ต้องการควบคุมต้นทุนการผลิต

แคลเซียมซัลเฟต (Calcium Sulfate)


แคลเซียมซัลเฟต เป็นสารกันชื้นที่ได้จากการให้ความร้อนแก่ยิปซัมเพื่อขับน้ำออก สารนี้ดูดซับความชื้นผ่านกระบวนการ ดูดซับทางเคมี (Chemical Adsorption) โดยจะทำปฏิกิริยาทางเคมีกับโมเลกุลน้ำที่อยู่ในอากาศโดยตรง

มีอัตราการดูดซับอยู่ในระดับปานกลางและมีความเสถียรสูง จึงเหมาะสำหรับการใช้งานใน ห้องปฏิบัติการ และงานเฉพาะทาง

แคลเซียมคลอไรด์ (Calcium Chloride)


แคลเซียมคลอไรด์เป็นเกลือที่ได้จากผลพลอยได้ของกระบวนการผลิตโซดาแอช หรือจากปฏิกิริยาระหว่างหินปูนกับกรดเกลือ เป็น
สารดูดความชื้นที่มีประสิทธิภาพสูง โดยสามารถดูดซับไอน้ำจากอากาศจนตัวเองละลายกลายเป็นของเหลวได้ โดยกระบวนการ Deliquescence.

อย่างไรก็ตาม มีข้อควรระวังสำคัญคือ เมื่อดูดซับความชื้นจะเปลี่ยนเป็นของเหลวที่มีฤทธิ์กัดกร่อน (Corrosive) ดังนั้นจึงต้องใช้ซองบรรจุภัณฑ์ชนิดพิเศษที่สามารถป้องกันการรั่วไหลได้ นอกจากนี้ยังอาจเกิดปฏิกิริยาคายความร้อน เมื่อสัมผัสกับน้ำ จึงต้องใช้ด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง แคลเซียมคลอไรด์จึงเหมาะสำหรับใช้งานในพื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น โกดังสินค้า ตู้คอนเทนเนอร์ หรือสินค้าที่ต้องขนส่งทางทะเลมากกว่าการใช้ในบรรจุภัณฑ์อาหารของผู้บริโภคทั่วไป

แคลเซียมออกไซด์ (Calcium Oxide)


แคลเซียมออกไซด์เป็นสาร
กันชื้นที่ผลิตจากการให้ความร้อนแก่หินปูนจนสลายตัว มีคุณสมบัติในการดูดซับความชื้นผ่าน การดูดซับทางเคมี โดยทำปฏิกิริยากับน้ำแล้วเปลี่ยนเป็นแคลเซียมไฮดรอกไซด์ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่ ย้อนกลับไม่ได้และคายความร้อนสูง

แม้จะดูดซับได้ค่อนข้างช้า แต่มีประสิทธิภาพสูงมากในสภาวะที่มีความชื้นต่ำ อย่างไรก็ตาม มีข้อควรระวังสำคัญคือ คือเมื่อทำปฏิกิริยากับน้ำจะเกิดความร้อนสูง ทำให้ไม่ปลอดภัยสำหรับการใช้ในบรรจุภัณฑ์อาหารสำหรับผู้บริโภคทั่วไป นอกจากนี้ แคลเซียมออกไซด์อาจเปลี่ยนสถานะจากเม็ดเป็นผงได้ จึงต้องใช้บรรจุภัณฑ์ที่แข็งแรงเพื่อป้องกันการรั่วไหล.

นอกจากสารกันชื้นที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมีสารกันชื้นประเภทอื่น ๆ ที่ใช้ในอุตสาหกรรมเฉพาะทาง เช่น Molecular sieves, Diatomaceous Earth หรือ ถ่านกัมมันต์ (Activated Charcoal)

สารกันชื้นใดเหมาะสำหรับใช้เป็นซองกันชื้นในบรรจุภัณฑ์อาหาร?


โดยสรุปแล้ว
สารดูดความชื้นที่เหมาะที่สุดสำหรับบรรจุภัณฑ์อาหารคือ ซิลิก้าเจล (Silica Gel) เนื่องจากมีคุณสมบัติที่สมดุลทั้งด้านประสิทธิภาพ ความปลอดภัย เสถียรภาพ และราคา ซิลิกาเจลได้รับการยอมรับและใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมอาหารและยา

  • ประสิทธิภาพ: ดูดซับความชื้นได้เร็ว โดยเฉพาะช่วงแรกและมีประสิทธิภาพสูงในระดับความชื้นสัมพัทธ์ที่หลากหลาย
  • ความปลอดภัย:  ไม่เป็นพิษ (non-toxic) เป็นสารเฉื่อย (chemically inert) ไม่ทำปฏิกิริยาคายความร้อน และไม่กัดกร่อนเมื่อดูดความชื้น ทำให้ปลอดภัยต่อการใช้งานในผลิตภัณฑ์อาหารแห้งและยา
  • เสถียรภาพ: ไม่เป็นฝุ่นผง ที่จะปนเปื้อนข้ามไปยังอาหาร ยังคงสภาพเป็นเม็ดของแข็ง (ไม่เปลี่ยนสภาพเป็นของเหลว) แม้จะดูดซับความชื้นจนอิ่มตัวแล้วก็ตาม ทำให้ง่ายต่อการจัดการและไม่สร้างความเสียหายให้กับสินค้า
  • ราคา: ต่ำ-ปานกลาง

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ Silica gel คือ ตัวเลือกที่ปลอดภัยและเหมาะสมที่สุดสำหรับบรรจุภัณฑ์ขนาดเล็กที่ต้องการปกป้องสินค้าจากความเสียหายที่เกิดจากความชื้น

เลือกใช้สารกันชื้นอย่างไรให้ปลอดภัย?

การใช้สารกันชื้นอย่างถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อรักษาคุณภาพของอาหารและยืดอายุการเก็บรักษา ขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคด้วย

สารกันชื้นมีหลายเกรด: Food Grade คืออะไร?


สาร
กันชื้นที่ใช้กับอาหารและยา ต้องเป็น “Food Grade” เท่านั้น ซึ่งหมายถึงวัสดุที่ได้รับการรับรองว่าปลอดภัยสำหรับการใช้งานร่วมกับอาหารหากมีการปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์อาหารก็จะไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ตรงข้ามกับเกรดอุตสาหกรรม “Industrial Grade” ที่ใช้ในงานอุตสาหกรรมทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบริโภคโดยตรง เช่น เครื่องหนัง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือโลหะ ซึ่งอาจมีความไม่บริสุทธิ์ หรือสิ่งเจือปนที่เป็นอันตรายปะปนอยู่ได้

ใช้สารกันชื้นที่ไม่มี อย. กับอาหาร ผิดกฎหมายหรือไม่?


สำหรับผู้ผลิตอาหารหรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการบริโภค การใช้สาร
กันชื้นอย่างถูกต้องตามกฎหมายถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เท่านั้น โดยสังเกตจาก เลขทะเบียนอาหาร 13 หลัก (เลข อย.) และข้อมูลแหล่งที่มาที่ชัดเจน

การซื้อหรือจำหน่ายสารกันชื้นใส่อาหารที่ไม่มีเลข อย. และไม่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยและประสิทธิภาพ อาจถือว่า ผิดกฎหมาย ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผู้ผลิตนำไปใช้กับอาหาร เพราะถือเป็นการกระทำที่อาจส่งผลเสียต่อผู้บริโภค เนื่องจากซองกันชื้นจะสัมผัสกับอาหารโดยตรง ดังนั้น ทั้งตัวสารกันชื้นเองและวัสดุที่ใช้ทำซองจึงต้องเป็น Food Grade ที่มีความปลอดภัยและไม่เป็นอันตรายเมื่อสัมผัสกับอาหาร

ใช้สารกันชื้นกับอาหารแห้งเท่านั้น อันตรายจากเชื้อราหากใช้กับอาหารผิดประเภท


สาร
กันชื้นทำหน้าที่ ดูดซับความชื้นในบรรจุภัณฑ์ เพื่อป้องกันไม่ให้อาหารแห้งดูดความชื้นกลับ จึงควรใช้กับอาหารแห้งเท่านั้น และห้ามนำไปใช้กับอาหารสดหรือของเหลวทุกชนิดเด็ดขาด เพราะสารกันชื้นไม่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพในอาหารที่มีความชื้นสูง ซึ่งอาจนำไปสู่การเจริญเติบโตของเชื้อราได้

เพื่อป้องกันอันตรายจากเชื้อจุลินทรีย์ ในอาหารที่มีความชื้นสูง เช่น ขนมปัง ควรเลือกใช้ Active Packaging อื่น เช่น ซองดูดออกซิเจน หรือ ซองปลดปล่อยเอทานอล นอกจากนี้สามารถตามไปอ่านเคล็ดลับการเก็บอาหารสด หรืออาหารปรุงสุก ได้ที่ การเก็บรักษาอาหาร

ข้อควรระวังในการใช้งาน สารกันชื้นสำหรับบรรจุภัณฑ์อาหาร


เพื่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด ควรปฏิบัติตามข้อแนะนำต่อไปนี้:

  • เลือกใช้ชนิด Food Grade และมีเลข อย. เท่านั้น นอกจากนี้ซองจะต้องมีคำเตือน “ห้ามรับประทาน” (Do not eat) อย่างชัดเจนเพื่อป้องกันอันตรายจากการกลืนกินโดยไม่ได้ตั้งใจ
  • คำนวณปริมาณที่เหมาะสม ขนาดของถุงกันชื้น ขึ้นกับผลิตภัณฑ์ ปริมาตรของบรรจุภัณฑ์ ชนิดและการปิดผนึกของบรรจุภัณฑ์ และอายุการเก็บรักษาที่ต้องการ
  • ใช้ร่วมกับบรรจุภัณฑ์ที่กันความชื้นได้ และปิดผนึกบรรจุภัณฑ์ให้สนิท เพื่อป้องกันความชื้นจากภายนอกเข้าสู่อาหารผ่านทางบรรจุภัณฑ์
  • ใช้กับอาหารที่แห้งแล้วเท่านั้น สารกันชื้นมีหน้าที่รักษาความแห้ง ไม่ใช่ทำให้แห้ง ควรใช้นำไปกับอาหารที่ผ่านกระบวนการทำให้แห้งมาแล้ว เนื่องจากสารกันชื้นมีขีดจำกัดในการดูดซับความชื้น หากอาหารยังมีความชื้นสูง สารกันชื้นอาจจะดูดซับได้ไม่ทันการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ซึ่งทำให้อาหารเน่าเสียได้ สำหรับอาหารอื่นที่ไม่ใช่อาหารแห้ง ควรพิจารณาใช้บรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหาร Active Packaging ชนิดอื่นที่เหมาะสมกว่า

สารกันชื้นอันตรายไหม? ถ้าเผลอกินเข้าไปต้องทำยังไง?


ซิลิกาเจล
ที่พบในซองบรรจุภัณฑ์อาหารและยาที่มี เลข อย. ถูกต้อง จะเป็นชนิด food grade ที่ปลอดภัยและไม่เป็นพิษ (non-toxic) เมื่อเผลอกลืนเข้าไปจะไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย แต่จะถูกขับถ่ายออกมาตามปกติ อย่างไรก็ตาม การกินสารกันชื้นเข้าไปก็ยังมีความเสี่ยงที่ควรระวัง:

  • อันตรายจากการอุดตันทางเดินอาหาร: ความเสี่ยงหลักคือการอุดตันในระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเผลอกลืนเข้าไปทั้งซอง ซองพลาสติกอาจติดค้างในลำไส้หรือหลอดอาหารและทำให้เกิดอันตรายได้
  • อันตรายจากสารเคลือบ: สารกันชื้นบางชนิด (มักไม่ใช่ชนิดที่ใช้กับอาหาร) อาจมีการเคลือบด้วยสารเคมี เช่น โคบอลต์คลอไรด์ เพื่อบ่งชี้ความชื้น โดยสารนี้อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้และอาเจียนได้ หากพบซองสารกันชื้นที่มีสี ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นชนิดที่ไม่ปลอดภัย และไม่ควรรับประทาน

สารกันชื้นอันตรายไหม? ทำไมต้องมีคำเตือน ห้ามรับประทานบนฉลาก


แม้ว่าซิลิกาเจลที่เป็นเกรดอาหาร จะไม่เป็นพิษทางเคมี แต่ก็ไม่ควรรับประทาน เนื่องจากไม่ได้มีประโยชน์ต่อร่างกาย และอาจทำให้เกิดอันตรายทางกายภาพ เช่น สำลัก ติดคอ หรืออุดตันในลำไส้ได้ โดยเฉพาะในเด็กเล็กและสัตว์เลี้ยง จึงจำเป็นต้องมีคำเตือน เป็นภาษาไทย ขนาดใหญ่กว่า 2 มิลลิเมตร ให้เห็นชัดเจนว่า เป็น
ซองสารกันชื้น ห้ามรับประทาน เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดว่าเป็นซองอาหารหรือเครื่องปรุง

ถ้าเผลอกินสารกันชื้นเข้าไป ต้องทำอย่างไร?


หากเผลอกินซิลิกาเจลที่อยู่ในซองบรรจุภัณฑ์อาหารหรือยาโดยไม่ตั้งใจให้ปฏิบัติดังนี้

  • ประเมินสถานการณ์: หากเป็นเพียงเม็ดซิลิกาเจลใสจำนวนเล็กน้อยที่กลืนเข้าไป โดยทั่วไปจะไม่เป็นอันตราย ให้สังเกตอาการ หากไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ อาจไม่จำเป็นต้องกังวล เม็ดซิลิกาเจลจะถูกขับถ่ายออกมาตามปกติ แต่หากเป็นการกลืนทั้งซองหรือมีปริมาณมากควรไปพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำที่ถูกต้อง โดยเฉพาะในกรณีของเด็กเล็กหรือสัตว์เลี้ยง
  • เก็บซองบรรจุภัณฑ์ไว้: หากเป็นไปได้ ให้เก็บถุงกันความชื้นไว้เพื่อแสดงให้แพทย์ดู ข้อมูลบนซองจะช่วยให้แพทย์ทราบชนิดและปริมาณสารที่กินเข้าไป ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการวินิจฉัยและให้การรักษาที่เหมาะสม
  • ปรึกษาแพทย์: หากกังวลหรือมีอาการผิดปกติ เช่น อาเจียน ปวดท้อง หรือกลืนลำบาก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำที่ถูกต้องและเหมาะสมกับสถานการณ์

อย่างไรก็ตามหากกินสารกันชื้นชนิดอื่น โดยเฉพาะ Calcium Chloride ที่เป็น สารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อน และคายความร้อน เมื่อสัมผัสกับความชื้น ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

สารกันชื้นอันตรายไหม? ใช้อย่างไรให้ได้ผลและปลอดภัย?


สาร
กันชื้นหรือ desiccant เป็นซองขนาดเล็กที่ใช้ดูดซับความชื้นในบรรจุภัณฑ์อาหาร เพื่อช่วยรักษาคุณภาพและยืดอายุการเก็บรักษาอาหารแห้ง Silica gel คือ สารกันชื้นที่นิยมใช้มากที่สุดในอุตสาหกรรมอาหารเนื่องจากมีความปลอดภัยสูงและไม่เป็นพิษ อย่างไรก็ตามควรใช้ซองกันชื้นที่มีเลข อย. เพื่อความปลอดภัย และควรใช้กับอาหารที่แห้งแล้วเท่านั้นเพื่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด

หากท่านกำลังมองหา packaging solution สำหรับยืดอายุอาหาร  ที่ Alpine Foods (บริษัทในเครือ Janjaras Group) เรามี Active Packaging ที่หลากหลายให้เลือก ทั้งซองดูดออกซิเจน ซองกันชื้น ซองปลดปล่อยเอทานอล และซองดูดก๊าซเอทิลีน ที่เหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ติดต่อเราเพื่อ หากคุณไม่แน่ใจว่าจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์แบบไหนที่เหมาะสมที่สุด ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้คำปรึกษา เพื่อช่วยคุณค้นหาโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้อย่างลงตัวที่สุด

Reference

Theeranun Janjarasskul & Panuwat Suppakul (2018). Active and intelligent packaging: The indication of quality and safety. Critical Reviews in Food Science and Nutrition, 58:5, 808-831. DOI: 10.1080/10408398.2016.1225278

เขียนโดย
ดร.ธีรนันท์ เจนจรัสสกุล
อดีตรองศาสตราจารย์ ภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Talk to us for expert advice

Our technical team will help you choose the right solution for your food products.

Call 02 881 0611-3Chat on LINE